เครื่องดื่ม cider

วิธีการดื่ม cider ดื่มอย่างไร

วิธีการดื่ม เครื่องดื่ม cider ดื่มอย่างไร

หลังจากกระแส การดื่ม cider เพื่อสุขภาพ มาแรงก็เข้าสู่ยุค ที่ควรรู้ว่า cider ดื่มอย่างไร ด้วยค่ะ หลังจากเราศึกษาข้อมูลมาพอสมควร เครื่องดื่ม cider มีทั้งแบบ นอนแอลกอฮอลล์และแบบมีแอลกอฮฮล์เบาๆ เป็นที่เข้าใจกันว่า ดื่ม Cider อย่างไร มานานพอสมควร โดยข้อมูลที่ทราบมา มีสารอาหารมากกว่า 30 ชนิด และมีประโยชน์ก็จริง แต่ก็ต้องรู้จักวิธีการดื่ม เครื่องดื่ม cider เหมือนกันนะคะ ไม่ใช่ว่าจะดื่มๆ ไปโดยไม่รู้ความเข้าใจในวิธีการดื่มค่ะ

Cider ดื่มอย่างไร

Cider ดื่มอย่างไร

เครื่องดื่ม cider

แหล่งข้อมูล จากรายการสุขภาพแจ๋ว ตอนที่ 152 “Apple Cider Vinegar”

ข้อควรรู้ในการดื่ม เครื่องดื่ม cider

  • การดื่ม cider ควรดื่มก่อนมื้อเช้า ในปริมาณ 2 ช้อนชาต่อวัน และผสมให้เจือจางก่อนดื่มทุกครั้ง
  • เครื่องดื่ม cider มีฤทธิ์เป็นกรดสูง ควรเจือจางโดยการผสมกับ น้ำดื่ม หรือ เครื่องดื่มอย่างอื่น เช่น น้ำผึ้ง น้ำผลไม้ ฯลฯ หรือเลือกดื่มเครื่องดื่มไซเดอร์ที่ผสมเจือจางอยู่ในสภาพที่พร้อมดื่มแล้ว
  • ควรเลือกซื้อ เครื่องดื่ม cider ที่บรรจุในขวดแก้ว เพราะมีความปลอดภัยสูงกว่า ดูผู้ผลิต มีฉลากระบุ ตราสัญลักษณ์ อย. หรือมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ มอก. ชัดเจน มีชื่อผู้ผลิต และที่ตั้งของแหล่งผลิตชัดเจน
  • หลังจากเปิดขวดควรปิดฝาให้สนิท เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง
  • Cider เป็นเบียร์ใช่หรือไม่ อันนี้ต้องตอบว่ามีทั้งเป็น cider beer และ cider ทั่วไปที่ไม่มีแอลกอฮอลล์
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว อย่างเบาหวาน โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
  • ไม่ควรดื่ม เครื่องดื่ม cider เพียวๆ เพราะอาจทำลายสารเคลือบฟันได้
  • การบริโภคอะไรที่มากเกินไป มักไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ การดื่ม cider เครื่องดื่ม cider ก็เช่นกัน ควรเป็นอาหารควบคุมที่วางแผนการดื่มเพื่อสุขภาพนะคะ ดื่มแต่พอดี ดีกับสุขภาพค่ะ

เครื่องดื่ม cider ปัจจุบัน เราคงไม่ต้องถามกันแล้วว่า เครื่องดื่ม cider คืออะไร เพราะด้วยกระแสรักสุขภาพที่มาแรงมากๆ ทำให้แม้ขนาดคนที่ไม่รักไม่ชอบ ไม่สนใจเรื่องนี้มาก่อน ยังต้องหันมาสนใจกันมากขึ้น โดยเฉพาะสาวๆ ที่ห่วงใยรักสุขภาพทุกคน อดจะติดตาม และรู้สึกว่า การดื่ม cider พลาดไม่ได้จริงๆ ค่ะ แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ต้องรู้ว่า Cider ดื่มอย่างไร นะคะ

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterShare on Tumblr0